Skip to content

การรับมือกับ “อารมณ์” ของเจ้านาย

การรับมือกับ อารมณ์ ของเจ้านาย_0

ในโลกของการทำงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งพนักงานออฟฟิศ เลขานุการ หรือแม้กระทั่งพนักงานขับรถผู้บริหาร สิ่งหนึ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการต้องปฏิสัมพันธ์กับ “คน” และแน่นอนว่าเมื่อทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง ความเครียดและความกดดันมักจะแปรเปลี่ยนเป็น “อารมณ์” ที่ส่งต่อมาถึงลูกน้อง
การเจอกับเจ้านายที่อารมณ์เสีย หงุดหงิด หรือเกรี้ยวกราด ไม่ใช่เรื่องสนุก แต่ “ปฏิกิริยาตอบกลับ” ของคุณต่างหากคือตัวชี้วัดความเป็นมืออาชีพ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธีการรับมือกับพายุอารมณ์เหล่านั้นอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานเดินต่อได้ และใจของคุณไม่พังไปเสียก่อน

1. อย่าเพิ่งรับมาเป็นเรื่องส่วนตัว (Don’t Take It Personally)
กฎข้อแรกและสำคัญที่สุดเมื่อเจ้านายระเบิดอารมณ์คือ “ตั้งสติ”
บ่อยครั้งที่ความโกรธของเจ้านายไม่ได้เกิดจากตัวคุณโดยตรง แต่อาจเกิดจากความกดดันทางธุรกิจ ปัญหาครอบครัว หรือดีลสำคัญที่เพิ่งล้มเหลวมา คุณเป็นเพียงคนที่อยู่ “ตรงนั้น” ในเวลานั้นพอดี
-สิ่งที่ควรทำ มองทะลุอารมณ์โกรธเข้าไปหา “สาเหตุ” แยกให้ออกว่าเขาด่าว่า “ตัวเรา” หรือบ่นถึง “สถานการณ์”
-Mindset ท่องไว้ว่า “นี่คืองาน ไม่ใช่ตัวตนของเรา” การคิดแบบนี้จะช่วยสร้างเกราะป้องกันจิตใจไม่ให้คุณรู้สึกด้อยค่าหรือโกรธตอบ

2. สงบสยบความเคลื่อนไหว (Stay Calm and Listen)
เมื่อไฟปะทะกับไฟ ผลลัพธ์คือการเผาไหม้ที่รุนแรงขึ้น เมื่อเจ้านายกำลังร้อน สิ่งที่คุณต้องเป็นคือ “น้ำเย็น” หรืออย่างน้อยที่สุดคือ “ความนิ่ง”
การเถียงกลับทันทีในขณะที่อีกฝ่ายกำลังขาดสติ มักจะจบไม่สวย แม้ว่าคุณจะมีเหตุผลที่ถูกต้องก็ตาม การเงียบและรับฟัง (Active Listening) จะช่วยให้อีกฝ่ายระบายสิ่งที่อัดอั้นออกมาจนหมด และเมื่อระดับอารมณ์ลดลง เหตุผลจึงจะเริ่มทำงาน
-เทคนิค ใช้ภาษากายที่แสดงว่ากำลังรับฟัง เช่น การพยักหน้า หรือสบตา (แต่ไม่ใช่การจ้องหน้าท้าทาย) และกล่าวคำรับทราบสั้นๆ เช่น “ครับ/ค่ะ” “ผม/ดิฉันเข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”

3. จับใจความสำคัญ แล้วเสนอทางออก (Focus on Solutions)
หลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไป หรือเริ่มเบาบางลง หน้าที่ของคุณคือการกวาดเศษซากความเสียหายและซ่อมแซม จับประเด็นให้ได้ว่า จริงๆ แล้วเขาต้องการอะไร ภายใต้เสียงตะโกนนั้นอาจมีคำสั่งงานหรือความต้องการที่ซ่อนอยู่
-สิ่งที่ควรทำ เมื่อเจ้านายเริ่มนิ่ง ให้ทวนสิ่งที่เขาต้องการเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และเสนอทางแก้ปัญหาทันที เช่น “จากที่คุณกังวลเรื่องเวลานัดหมาย เดี๋ยวผมจะรีบเช็คเส้นทางสำรองให้เดี๋ยวนี้เลยครับ เพื่อให้เราไปถึงทันเวลา”
-ผลลัพธ์ การเปลี่ยนโหมดจาก “ดราม่า” เป็น “การแก้ปัญหา” จะช่วยดึงสติเจ้านายกลับมาสู่เรื่องงาน และทำให้เขารู้สึกว่าคุณคือคนที่พึ่งพาได้

4. รู้จังหวะ รู้เวลา (Timing is Everything)
การอ่านสถานการณ์เป็นทักษะขั้นเทพของคนทำงานมืออาชีพ ถ้าคุณรู้ว่าวันนี้เจ้านาย “อารมณ์บ่จอย” ตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถ หรือเดินเข้าออฟฟิศมา นี่ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะเข้าไปขอลาพักร้อน หรือรายงานข่าวร้ายที่ไม่ด่วน
-การสังเกต สังเกตสีหน้า น้ำเสียง หรือแม้กระทั่งความเร็วในการเดิน หากสัญญาณไม่ดี ให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้เงียบที่สุด เรียบร้อยที่สุด และรอจังหวะที่เหมาะสมค่อยเข้าไปปรึกษาหารือ

5. มีพื้นที่ระบายและดูแลใจตัวเอง (Self-Care)
การเป็น “ถังขยะอารมณ์” ให้ใครบ่อยๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว คุณต้องรู้วิธีเทขยะนั้นทิ้งไป ไม่เก็บกลับไปบ้าน
-วิธีฮีลใจ หาเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้เพื่อระบาย (แต่ต้องระวังไม่ให้นินทาเจ้านายจนเสียหาย), ออกกำลังกาย, หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ ตัดจบเรื่องงานทันทีที่เลิกงาน
-ข้อคิด คุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ใครได้ แต่คุณควบคุมความสุขของตัวเองได้ อย่าให้ 8 ชั่วโมงในที่ทำงานมาทำลาย 16 ชั่วโมงที่เหลือในชีวิตของคุณ

การรับมือกับเจ้านายเจ้าอารมณ์ไม่ใช่การ “ยอมจำนน” แต่เป็นการ “บริหารจัดการ” สถานการณ์ด้วยวุฒิภาวะทางอารมณ์ (EQ) ที่เหนือกว่า เมื่อคุณสามารถผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยความนิ่งและเป็นมืออาชีพ คุณจะไม่เพียงแค่รักษาหน้าที่การงานไว้ได้ แต่คุณจะได้รับความเกรงใจและความไว้วางใจในระยะยาว เพราะเจ้านายเองก็จะรู้ตัวว่า ในวันที่เขาแย่ที่สุด คุณคือคนที่ยังยืนหยัดและช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้เสมอ

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับมือเจ้านาย

  1. เจ้านายด่ากราดแบบไม่มีเหตุผล ควรทำอย่างไร?
    ตอบ ให้ยึดหลัก “นิ่งสงบ” ไว้ก่อน พยายามอย่าใช้อารมณ์ตอบโต้ ให้ฟังหูไว้หู แยกแยะว่าส่วนไหนคือเนื้อหาที่เกี่ยวกับงาน ส่วนไหนคืออารมณ์ หากเป็นเรื่องงานให้นำมาปรับปรุง หากเป็นเพียงอารมณ์พาล ให้ปล่อยผ่านและอย่าเก็บมาคิด

  2. ถ้าเราไม่ได้ทำผิด ควรขอโทษหรือไม่เพื่อให้เรื่องจบ?
    ตอบ คุณไม่จำเป็นต้องยอมรับผิดในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ แต่คุณสามารถใช้คำพูดเชิงประนีประนอมได้ เช่น “ขอโทษที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดครับ/ค่ะ” หรือ “ขอโทษที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ เดี๋ยวผม/ดิฉันจะรีบตรวจสอบเรื่องนี้ให้” เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์โดยไม่ต้องรับผิดในเนื้อหา

  3. จะรู้ได้อย่างไรว่าพฤติกรรมเจ้านายเข้าข่าย Toxic (เป็นพิษ) จนควรลาออก?
    ตอบ หากการเหวี่ยงวีนเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน, มีการดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, ลามปามเรื่องส่วนตัว และเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณจนนอนไม่หลับหรือไม่อยากไปทำงาน นั่นคือสัญญาณว่าคุณอาจต้องเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ

  4. มีเทคนิคการพูดคุยกับเจ้านายหลังเหตุการณ์สงบลงไหม?
    ตอบ มีครับ รอให้เจ้านายอารมณ์ดีแล้วค่อยเข้าไปคุยด้วยเหตุผลและข้อมูลจริง (Fact) หลีกเลี่ยงคำพูดที่ฟังดูแก้ตัว แต่เน้นพูดถึงแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำอีกในอนาคต

  5. ทำงานขับรถผู้บริหารหรือเลขาฯ ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดเจ้านายตลอดเวลา จะเลี่ยงการปะทะได้อย่างไร?
    ตอบ การ “ช่างสังเกต” สำคัญที่สุด คุณต้องเรียนรู้นิสัยและ Routine ของเจ้านาย รู้ว่าช่วงไหนเขาจะเครียด (เช่น ก่อนประชุมใหญ่ หรือช่วงรถติด) ให้เตรียมพร้อมรับมือ เตรียมสิ่งที่เขาต้องการไว้ล่วงหน้าเพื่อลดความหงุดหงิด และทำตัวให้ลื่นไหลไปกับสถานการณ์เหมือนน้ำครับ

สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา

อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver

LINE OFFICIAL

Request service Please Click : (Link to Line Official)

ร่วมงานกับ วี อาร์ฯ

vr-center.biz