การมีรถยนต์เป็นของตัวเองนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการทำประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ แต่หลายคนอาจยังสับสนว่าประกันรถยนต์มีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยทั้งหมด เพื่อให้คุณสามารถเลือกประกันที่เหมาะสมกับรถและงบประมาณของคุณได้อย่างมั่นใจ
ทำไมต้องทำประกันรถยนต์?
ก่อนจะเจาะลึกถึงประเภทของประกันรถยนต์ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมการทำประกันรถยนต์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
-คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุรถชน, ไฟไหม้, น้ำท่วม หรือการโจรกรรม ประกันภัยจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อมแซมหรือค่าชดเชยความเสียหาย
-คุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหายต่อรถยนต์หรือทรัพย์สินของผู้อื่น รวมถึงการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคลภายนอก ประกันจะช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านั้น
-สร้างความอุ่นใจในการขับขี่ การรู้ว่าคุณมีหลักประกันรองรับในยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น
-เป็นไปตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้รถทุกคันต้องมีการทำประกันภัยภาคบังคับ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พ.ร.บ.” ซึ่งคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคล
ประเภทของประกันรถยนต์ ภาคสมัครใจที่หลากหลาย
ประกันรถยนต์โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันภัยภาคสมัครใจ ซึ่งประกันภัยภาคสมัครใจนี้เองที่มีความหลากหลายให้เลือกสรร ขึ้นอยู่กับระดับความคุ้มครองที่คุณต้องการ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลักๆ ดังนี้
1. ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองครอบคลุมที่สุด
ประกันชั้น 1 ถือเป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดและครอบคลุมมากที่สุด เหมาะสำหรับรถยนต์ใหม่ หรือรถที่ใช้งานบ่อยและต้องการความอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ประกันชั้น 1 จะ คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นกรณีรถชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่ใช่คู่กรณี (เช่น ชนเสา, ชนต้นไม้, ตกข้างทาง) รวมถึงอุบัติเหตุที่ไม่ใช่การชน เช่น รถหาย, ไฟไหม้, น้ำท่วม, รถพลิกคว่ำ นอกจากนี้ยัง คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย ในส่วนของการบาดเจ็บ เสียชีวิต และค่ารักษาพยาบาล และยังช่วย ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา อีกด้วย
2. ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 ในราคาที่ย่อมเยาลง
ประกันชั้น 2+ (ทูพลัส) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะให้ความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 ในราคาที่ถูกกว่า เหมาะสำหรับรถที่อายุไม่มากนัก หรือรถที่ใช้งานเป็นประจำแต่ต้องการประหยัดค่าเบี้ย ประกัน 2+ จะ คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัยเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และต้องระบุคู่กรณีได้ (มีคู่กรณี) รวมถึงกรณี รถหายและไฟไหม้ ส่วนความคุ้มครองอื่นๆ จะเหมือนกับประกันชั้น 1 คือ คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย และ ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
3. ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองบุคคลภายนอก รถหาย ไฟไหม้
ประกันชั้น 2 ให้ความคุ้มครองที่จำกัดกว่าชั้น 2+ และชั้น 1 เน้นคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกเป็นหลัก รวมถึงกรณี รถหายและไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถยนต์เก่าที่ไม่ต้องการความคุ้มครองการชนของรถตัวเองมากนัก โดยจะ ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัยจากการชน แต่จะ คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย และ ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
4. ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองบุคคลภายนอก และรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก
ประกันชั้น 3+ (สามพลัส) มีความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 2+ แต่จะ ไม่มีความคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ใช้งานไม่มากนัก หรือรถที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน ประกัน 3+ จะ คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัยเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และต้องระบุคู่กรณีได้ (มีคู่กรณี) และจะ คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย และ ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
5. ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองบุคคลภายนอกเป็นหลัก
ประกันชั้น 3 เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองน้อยที่สุดและราคาถูกที่สุด เน้นคุ้มครองความเสียหายที่รถของเราไปก่อให้เกิดกับบุคคลภายนอกเท่านั้น ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถคันเอาประกันภัยเลย เหมาะสำหรับรถที่อายุมาก หรือรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน โดยจะ คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย และ ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. พ.ร.บ. กับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ แตกต่างกันอย่างไร?
พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) เป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถทุกคันต้องทำตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลที่ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก แต่จะ ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์และทรัพย์สิน ส่วน ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นประกันที่ทำตามความสมัครใจของผู้เอาประกันภัย มีความคุ้มครองที่หลากหลายกว่าพ.ร.บ. ครอบคลุมความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย, รถคู่กรณี/ทรัพย์สินบุคคลภายนอก, การโจรกรรม, ไฟไหม้, น้ำท่วม ฯลฯ ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันที่เลือก
2. ควรเลือกประกันรถยนต์ประเภทไหนดีที่สุด?
ไม่มีคำว่า “ดีที่สุด” ในการเลือกประกันรถยนต์ แต่มีคำว่า “เหมาะสมที่สุด” ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น
-อายุของรถ รถใหม่มักเหมาะกับประกันชั้น 1 ส่วนรถเก่าอาจเหมาะกับชั้น 2+, 3+ หรือชั้น 3
-พฤติกรรมการขับขี่ หากขับขี่บ่อย, เส้นทางเสี่ยง, หรือเป็นมือใหม่ ควรเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองสูง เช่น ชั้น 1
-งบประมาณ แต่ละชั้นของประกันมีราคาเบี้ยประกันที่แตกต่างกัน ควรเลือกให้เหมาะสมกับกำลังจ่าย
-มูลค่ารถ หากรถมีราคาสูง ควรเลือกประกันที่คุ้มครองความเสียหายต่อรถตัวเองได้มาก
3. ประกันชั้น 2+ กับ 3+ แตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือ ประกันชั้น 2+ คุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ แต่ประกันชั้น 3+ ไม่คุ้มครองในส่วนนี้ นอกนั้นความคุ้มครองในส่วนของการชนกับยานพาหนะทางบกแบบมีคู่กรณี, ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก, และค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่/ผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัยจะคล้ายคลึงกัน
4. ถ้าชนแล้วไม่มีคู่กรณี ประกันประเภทไหนคุ้มครองบ้าง?
กรณีชนแล้วไม่มีคู่กรณี เช่น ชนกำแพง, ชนเสา, ตกข้างทาง, ต้นไม้ล้มทับ มีเพียงประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นที่ให้ความคุ้มครอง ประกันประเภทอื่นๆ จะไม่คุ้มครองในกรณีนี้
5. การเลือกซ่อมอู่ หรือซ่อมศูนย์ ต่างกันอย่างไร?
-ซ่อมอู่ เบี้ยประกันมักจะถูกกว่า มีอู่ซ่อมรถให้เลือกหลากหลาย แต่อาจต้องตรวจสอบคุณภาพของอู่ซ่อมให้ดี
-ซ่อมศูนย์ เบี้ยประกันจะแพงกว่า เพราะใช้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการ และมีมาตรฐานการซ่อมที่แน่นอน แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องคิวซ่อมหรือระยะเวลาในการซ่อมที่นานกว่าอู่
การเลือกซ่อมแบบใดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยของคุณ และนโยบายของแต่ละบริษัทประกันภัย
สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา
อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver
บทความแนะนำ
1. เช็คลิสต์ก่อนเริ่มงานในแต่ละวันของคนขับรถผู้บริหาร
2.รถยนต์ของผู้บริหารที่คนขับรถมือใหม่ควรรู้ (Alphard (อัลพาร์ด) Lexus Lm(เลกซัส))
3.เคล็ดลับง่ายๆ ดูแลรักษาความสะอาดภายในรถ ให้เหมือนใหม่เสมอ
4. เบรกรถยนต์ต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่ สัญญาณสำคัญและแนวทางการดูแลรักษาเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน
5.การจัดการเวลา หัวใจสำคัญของการขับรถผู้บริหาร