การขับรถเป็นทักษะที่อยู่คู่กับเราในชีวิตประจำวัน หลายคนขับรถมานานหลายปีจนเกิดความคุ้นชิน และมักจะปฏิบัติตาม “ความเชื่อ” หรือ “คำสอน” ที่ส่งต่อกันมา แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความเชื่อเหล่านั้นบางอย่างอาจเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไปแล้วสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในปัจจุบัน หรือบางเรื่องก็เป็นความเข้าใจที่ผิดมาตั้งแต่ต้น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อทั้งรถยนต์ของคุณ ความปลอดภัยบนท้องถนน และเงินในกระเป๋า
วันนี้เราจะพามาดู 5 ความเชื่อยอดฮิตที่คนขับรถส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ความเชื่อ ต้องวอร์มเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานๆ ก่อนขับเสมอ
ความจริง เป็นความเชื่อที่ถูกต้องสำหรับรถยนต์รุ่นเก่า (ระบบคาร์บูเรเตอร์) แต่สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบหัวฉีด (ซึ่งเป็นรถส่วนใหญ่ในปัจจุบัน) การวอร์มเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 5-10 นาทีนั้นไม่จำเป็นเลย และยังเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ
เทคโนโลยีปัจจุบันถูกออกแบบมาให้พร้อมใช้งานแทบจะทันทีหลังสตาร์ท วิธีที่ดีที่สุดคือ สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที – 1 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องเริ่มไหลเวียนหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ จากนั้นค่อยๆ ขับเคลื่อนรถออกไปอย่างช้าๆ ในช่วง 1-2 กิโลเมตรแรก การทำเช่นนี้จะทำให้เครื่องยนต์และระบบเกียร์ได้อุ่นเครื่องไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ
- ความเชื่อ ตำแหน่งการจับพวงมาลัยที่ดีที่สุดคือ 10 และ 2 นาฬิกา
ความจริง ตำแหน่ง “10 และ 2 นาฬิกา” เป็นคำสอนสุดคลาสสิก แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นตำแหน่งที่ ไม่ปลอดภัย อีกต่อไป เหตุผลสำคัญคือ “ถุงลมนิรภัย” (Airbag) ที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางพวงมาลัย
หากเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยจะพองตัวออกมาด้วยความเร็วสูงมาก การวางมือไว้ที่ตำแหน่ง 10 และ 2 อาจทำให้แขนของคุณถูกถุงลมนิรภัยกระแทกอย่างรุนแรงจนบาดเจ็บ หรืออาจผลักแขนให้ไปกระแทกกับใบหน้าได้ ตำแหน่งที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำในปัจจุบันคือ 9 และ 3 นาฬิกา ซึ่งจะช่วยให้คุณควบคุมรถได้ดีและปลอดภัยจากถุงลมนิรภัย
- ความเชื่อ เวลาเบรกกะทันหัน ต้องย้ำเบรกถี่ๆ (ปั๊มเบรก)
ความจริง การย้ำเบรกถี่ๆ ใช้ได้ผลกับรถที่ ไม่มีระบบ ABS (Anti-lock Braking System) เท่านั้น แต่รถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันติดตั้งระบบ ABS มาเป็นมาตรฐานแล้ว
หน้าที่ของ ABS คือป้องกันล้อล็อกตายขณะเบรกกะทันหัน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมทิศทางของรถเพื่อหักหลบสิ่งกีดขวางได้ หากคุณขับรถที่มี ABS วิธีเบรกที่ถูกต้องที่สุดเมื่อต้องหยุดรถกะทันหันคือ “เหยียบเบรกให้สุดและแรงที่สุดในครั้งเดียว” แล้วปล่อยให้ระบบ ABS ทำงาน ซึ่งคุณจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แป้นเบรก นั่นคือสัญญาณว่าระบบกำลังทำงานอย่างถูกต้อง อย่าตกใจและถอนเท้าออกจากเบรกเด็ดขาด
- ความเชื่อ ปล่อยเกียร์ว่าง (N) ขณะลงเขา ช่วยประหยัดน้ำมัน
ความจริง นี่คือหนึ่งในความเชื่อที่ อันตรายที่สุด! การปล่อยเกียร์ว่างขณะลงเขาไม่เพียงแต่ไม่ช่วยประหยัดน้ำมันในรถรุ่นใหม่ๆ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
เมื่อคุณใส่เกียร์ D แล้วถอนคันเร่งขณะลงเขา (Engine Brake) กล่องควบคุมของรถจะสั่งตัดการจ่ายน้ำมัน ทำให้ประหยัดกว่าการใส่เกียร์ N ที่เครื่องยนต์ยังต้องใช้น้ำมันเพื่อเลี้ยงรอบเดินเบา ที่สำคัญกว่านั้นคือ การใช้เกียร์ว่างจะทำให้คุณสูญเสียการควบคุมรถจาก Engine Brake ทำให้ภาระทั้งหมดไปตกอยู่ที่ระบบเบรก ซึ่งอาจร้อนจัดจนเกิดอาการ “เบรกเฟด” หรือเบรกไม่อยู่ได้ วิธีที่ถูกต้องคือ ใช้เกียร์ต่ำ (L, 2, หรือ D3) เพื่อใช้ Engine Brake ช่วยชะลอความเร็ว
- ความเชื่อ เติมลมยางให้แข็งกว่ามาตรฐาน จะช่วยประหยัดน้ำมัน
ความจริง แม้การเติมลมยางให้แข็งขึ้นเล็กน้อยอาจช่วยลดแรงต้านทานการหมุนและประหยัดน้ำมันได้จริง แต่มันมาพร้อมกับข้อเสียร้ายแรงที่ไม่คุ้มค่าเลย การเติมลมยางแข็งเกินไปจะทำให้
-หน้าสัมผัสของยางกับถนนลดลง ทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและการเบรกลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะบนถนนเปียก
-ช่วงล่างกระด้าง ส่งผลให้การขับขี่ไม่นุ่มนวล และอาจทำให้ชิ้นส่วนช่วงล่างสึกหรอเร็วกว่าปกติ
-ยางสึกหรอผิดปกติ บริเวณกลางหน้ายางจะสึกเร็วกว่าขอบ ทำให้ยางมีอายุการใช้งานสั้นลง
วิธีที่ดีที่สุดคือ เติมลมยางตามค่ามาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ซึ่งสามารถดูได้จากสติกเกอร์ที่ติดอยู่บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับ
เทคโนโลยียานยนต์มีการพัฒนาอยู่เสมอ การยึดติดกับความเชื่อเก่าๆ อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธีและขับขี่ได้อย่างปลอดภัยที่สุด การเปิดใจเรียนรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ คือหัวใจสำคัญของการเป็นผู้ขับขี่ที่ดีและมีความรับผิดชอบบนท้องถนน
FAQs (คำถามที่พบบ่อย)
- ทำไมตำแหน่งการจับพวงมาลัย 9 และ 3 นาฬิกา ถึงดีกว่า 10 และ 2 นาฬิกา? ตอบ: ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา ช่วยให้แขนของคุณอยู่นอกเส้นทางการพองตัวของถุงลมนิรภัย ทำให้ปลอดภัยกว่าหากเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังเป็นตำแหน่งที่ให้แรงในการหมุนพวงมาลัยได้อย่างสมดุลและมั่นคงที่สุด
- ถ้าอย่างนั้น รถยนต์รุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องวอร์มเครื่องเลยใช่ไหม? ตอบ: ควรวอร์มประมาณ 30 วินาที – 1 นาทีหลังสตาร์ท เพื่อให้น้ำมันเครื่องไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ แต่ไม่จำเป็นต้องจอดทิ้งไว้นานๆ การค่อยๆ ขับออกไปในความเร็วต่ำในช่วงแรก ถือเป็นการวอร์มเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังไปพร้อมกัน ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าครับ
- จะรู้ได้อย่างไรว่ารถของเรามีระบบเบรก ABS หรือไม่?
ตอบ วิธีที่ง่ายที่สุดคือสังเกตที่หน้าปัดรถยนต์ เมื่อคุณบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON (ก่อนสตาร์ท) จะมีไฟสัญลักษณ์ “ABS” สีเหลืองติดขึ้นมาแล้วดับไป นั่นแสดงว่ารถของคุณมีระบบ ABS และระบบพร้อมใช้งาน - อันตรายที่แท้จริงของการปล่อยเกียร์ว่าง (N) ลงเขาคืออะไร?
ตอบ อันตรายหลักคือ “เบรกแตก” หรือ “เบรกเฟด” เพราะเมื่อไม่มี Engine Brake ช่วยชะลอรถ ภาระทั้งหมดจะอยู่ที่ระบบเบรก ทำให้ผ้าเบรกและจานเบรกร้อนจัดจนประสิทธิภาพลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้เบรกไม่อยู่ในที่สุด ซึ่งอันตรายถึงชีวิต - สรุปแล้วควรเติมลมยางเท่าไหร่ดีที่สุด
ตอบ วิธีที่ดีที่สุดคือ เติมลมยางตามค่ามาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ซึ่งสามารถดูได้จากสติกเกอร์ที่ติดอยู่บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับ หรือตามคู่มือรถยนต์
สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา
อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver