คนขับรถผู้บริหารที่เก่งกาจจะเปรียบเสมือนผู้ช่วยคนสำคัญที่ทำให้ชีวิตของนักธุรกิจราบรื่น แต่ในทางกลับกัน พฤติกรรมเชิงลบเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้คุณสูญเสียความน่าเชื่อถือและหมดโอกาสเติบโตในสายงานนี้ได้ทันที
หากคุณเป้าหมายที่จะเติบโต มีฐานะที่มั่นคง และกลายเป็น “มือขวา” ที่เจ้านายขาดไม่ได้ นี่คือ 6 พฤติกรรมต้องห้าม ที่คุณต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
1. การนำความลับของเจ้านายไปเปิดเผย
นี่คือกฎเหล็กข้อที่สำคัญที่สุดของอาชีพนี้ ในห้องโดยสาร คุณจะได้ยินบทสนทนาที่ละเอียดอ่อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความลับทางการค้า แผนการควบรวมกิจการ ปัญหาภายในบริษัท หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวของครอบครัวเจ้านาย
ทำไมถึงห้ามทำ การนำเรื่องที่ได้ยินไปเล่าต่อ ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงาน คนขับรถด้วยกัน หรือคนในครอบครัว ถือเป็นการทำลาย “ความไว้วางใจ” ขั้นรุนแรงที่สุด หากความลับรั่วไหลและสืบทราบได้ว่ามาจากคุณ อนาคตในอาชีพนี้จะจบลงทันที
- สิ่งที่ควรทำ ยึดถือคติ “สิ่งที่เกิดขึ้นในรถ ให้อยู่แค่ในรถ” ทำหน้าที่เสมือนเป็นบุคคลล่องหนเมื่อเจ้านายต้องการความเป็นส่วนตัว และต้องมีจรรยาบรรณวิชาชีพสูงสุด
2. มาสายและไม่เผื่อเวลา
สำหรับผู้บริหารระดับสูง “เวลาคือเงินคือทอง” อย่างแท้จริง การประชุมนัดสำคัญอาจส่งผลต่ออนาคตของบริษัท การที่คุณมาสายเพียง 10 นาทีอาจสร้างความเสียหายมหาศาล และทำให้เจ้านายต้องเริ่มต้นวันด้วยความหงุดหงิด
ทำไมถึงห้ามทำ การมาสายสะท้อนถึงความไม่รับผิดชอบ และการไม่ให้เกียรติเวลาของนายจ้าง
- สิ่งที่ควรทำ กฎของคนขับรถผู้บริหารคือ “การมาตรงเวลา คือการมาสาย” คุณควรสแตนด์บายพร้อมที่รถก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 15-30 นาทีเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมของเครื่องยนต์ แอร์รถยนต์ และความสะอาด
3. ขับรถแบบ “หัวร้อน” และขาดความนุ่มนวล
การมีทักษะการขับรถที่เก่ง ไม่ได้แปลว่าขับรถซิ่ง มุดเก่ง หรือเบรกกะทันหัน อาชีพนี้ต้องการความปลอดภัยและความนุ่มนวลระดับสูงสุด เพื่อให้ผู้บริหารสามารถอ่านเอกสาร เซ็นสัญญา พิมพ์งาน หรือแม้กระทั่งหลับพักผ่อนได้อย่างสบายใจ
ทำไมถึงห้ามทำ การขับรถกระชาก เบรกหัวทิ่ม ตะโกนด่าทอเพื่อนร่วมทาง หรือบีบแตรพร่ำเพรื่อ จะสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดและทำให้เจ้านายรู้สึกไม่ปลอดภัย
- สิ่งที่ควรทำ ขับขี่ด้วยเทคนิค Defensive Driving (การขับขี่เชิงป้องกัน) รักษาระยะห่าง ค่อยๆ เหยียบเบรก และควบคุมอารมณ์บนท้องถนนให้เป็นเลิศ
4. บกพร่องเรื่องบุคลิกภาพและสุขอนามัย
คนขับรถถือเป็น “หน้าตา” ของผู้บริหารเมื่อต้องไปร่วมงานสังคม หรือขับรถไปส่งที่หน้าโรงแรมหรู ภาพลักษณ์ของคุณสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของเจ้านายโดยตรง
ทำไมถึงห้ามทำ เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ กลิ่นตัวที่รุนแรง กลิ่นบุหรี่ที่ติดเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งกลิ่นอับภายในรถยนต์ จะสร้างความรำคาญใจและทำให้เจ้านายเสียหน้าเมื่อมีแขกวีไอพีร่วมโดยสาร
- สิ่งที่ควรทำ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย ดูแลทรงผม เล็บมือ สวมเครื่องแบบที่สะอาด รีดเรียบ และดูแลรถยนต์ทั้งภายนอกและภายในให้ไร้ฝุ่นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ (ควรใช้น้ำหอมปรับอากาศรถยนต์ที่มีกลิ่นอ่อนโยนที่สุด)
5. ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวและพูดคุยแบบไร้กาลเทศะ
การมีมนุษยสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องรู้จัก “เส้นแบ่ง” ระหว่างความเป็นเจ้านายกับลูกน้องอย่างชัดเจน
ทำไมถึงห้ามทำ การชวนเจ้านายคุยเรื่องการเมือง ศาสนา ถามเรื่องส่วนตัว ล้อเล่นจนเกินงาม หรือการเปิดวิทยุ/เพลงตามใจตัวเองโดยไม่ถามความสมัครใจ ถือเป็นการรบกวนเวลาส่วนตัว
- สิ่งที่ควรทำ ให้เจ้านายเริ่มบทสนทนาก่อนเสมอ ตอบคำถามด้วยความสุภาพและกระชับ หากเจ้านายนิ่งเงียบหรือกำลังจดจ่อกับสมาร์ทโฟน คุณควรรักษาความเงียบสงบภายในรถให้มากที่สุด
6. ขาดไหวพริบและพึ่งพิง GPS เพียงอย่างเดียว
เทคโนโลยีเป็นเรื่องดี แต่เส้นทางบนถนนจริงมักมีเรื่องคาดไม่ถึงเสมอ เช่น อุบัติเหตุข้างหน้า ถนนปิด หรือน้ำท่วม
ทำไมถึงห้ามทำ การไม่ทำการบ้านล่วงหน้า ขับรถหลงทางบ่อยครั้ง หรือทำตาม GPS ที่พาเข้าซอยตันแคบๆ โดยไม่ประเมินสถานการณ์จริง จะแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ
- สิ่งที่ควรทำ ก่อนเริ่มงานในแต่ละวัน ต้องตรวจสอบตารางงานของเจ้านาย เช็กสภาพการจราจรล่วงหน้า และเตรียม “เส้นทางหลัก” และ “เส้นทางสำรอง” ไว้ในหัวเสมอ
เคล็ดลับก้าวสู่การเป็น “คนขับรถผู้บริหารมืออาชีพ”
หากคุณหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต้องห้ามทั้ง 6 ข้อด้านบนได้แล้ว นี่คือสิ่งที่คุณควรพัฒนาเพิ่มเติมเพื่ออัปเกรดเงินเดือนและสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ
- สอบใบประกาศนียบัตร เข้าอบรมหลักสูตรการขับขี่ปลอดภัย (Defensive Driving) หรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (CPR/First Aid)
- เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ การสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้ จะทำให้คุณมีโอกาสได้รับเลือกให้ขับรถดูแลผู้บริหารชาวต่างชาติ ซึ่งมักจะมีฐานเงินเดือนที่สูงกว่า
- รู้ใจและใส่ใจรายละเอียด จดจำอุณหภูมิแอร์ที่เจ้านายชอบ คลื่นวิทยุที่ชอบฟัง หรือเตรียมน้ำดื่มและร่มไว้ให้พร้อมเสมอ
การเป็นคนขับรถผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมนั้นอาศัย “ทัศนคติ” ที่ดีต่องานบริการ (Service Mind) การรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความลับอย่างเคร่งครัดคือบันไดขั้นสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ได้อย่างยั่งยืน
5 คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- อาชีพคนขับรถผู้บริหาร มีฐานเงินเดือนอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?
ตอบ ฐานเงินเดือนเริ่มต้นมักอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 20,000 บาท แต่หากคุณมีประสบการณ์ มีใบผ่านการอบรมการขับขี่เฉพาะทาง หรือสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เงินเดือนอาจพุ่งสูงถึง 30,000 – 45,000 บาทขึ้นไป (ไม่รวมค่าล่วงเวลาและเบี้ยเลี้ยง) - จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ประเภทไหน?
ตอบ โดยทั่วไปใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล (ประเภท 1) ก็เพียงพอ แต่หากคุณมีใบรับรองการผ่านการอบรมจากสถาบันสอนขับรถชั้นนำ (Advanced Driving/Defensive Driving) จะเป็นโปรไฟล์ที่โดดเด่นและนายจ้างให้ความเชื่อมั่นมากกว่า - หากเจ้านายมีอารมณ์เสียบนรถ ควรรับมืออย่างไร?
ตอบ วิธีที่ดีที่สุดคือ “ความเงียบ” อย่าถามเซ้าซี้ อย่าเสนอความคิดเห็นหากไม่ถูกถาม โฟกัสไปที่การขับรถให้ปลอดภัย นุ่มนวล และพยายามพาเจ้านายไปถึงจุดหมายให้ตรงเวลาที่สุด - ภาษาอังกฤษจำเป็นแค่ไหนสำหรับอาชีพคนขับรถ?
ตอบ จำเป็นมากหากคุณต้องการก้าวหน้าไปรับงานในบริษัทข้ามชาติ หรือรับส่งผู้บริหารชาวต่างชาติ ไม่จำเป็นต้องพูดได้ถูกไวยากรณ์เป๊ะ 100% แต่ควรฟังและสื่อสารเรื่องเส้นทาง เวลา และประโยคทักทายพื้นฐานได้เข้าใจ - อายุมีผลต่อการรับสมัครคนขับรถผู้บริหารหรือไม่?
ตอบ ส่วนใหญ่นายจ้างมักมองหาผู้ที่มีอายุระหว่าง 30 – 50 ปี เนื่องจากวัยนี้มักมีความเป็นผู้ใหญ่สูง มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ใจเย็น และมีประสบการณ์บนท้องถนนมามากพอ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสายตาที่ปกติ
สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา
อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver
บทความแนะนำ
1.ทำไมบริษัทต่างชาติ ถึงมีนโยบายบังคับใช้บริษัทจัดหาพนักงาน
2.ตอบคำถามสัมภาษณ์ จุดอ่อนของคุณคืออะไร? อย่างไรให้ดูมีพัฒนาการตอนไปสมัครงาน
3.พัฒนาบุคลิกภาพและความมั่นใจ สิ่งสำคัญของคนขับรถผู้บริหาร
4.หาคนขับรถที่มี EQ สูง ทำไมความฉลาดทางอารมณ์ถึงสำคัญกว่าทักษะการขับรถ
5.การรับมือในช่วงอากาศร้อน ของอาชีพคนขับรถ