การบริหารจัดการต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Optimization) คือหัวใจสำคัญของธุรกิจ การตัดสินใจเลือก “พนักงานขับรถ” ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถส่วนกลาง หรือพนักงานขับรถผู้บริหาร จึงไม่ได้เป็นเพียงการหาคนมาขับรถ แต่เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยง ความเป็นมืออาชีพ และต้นทุนระยะยาว
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกข้อเปรียบเทียบระหว่างการจ้างตรง (In-house) และการใช้บริการผ่านบริษัท (Outsource) เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่า แบบไหนคือความคุ้มค่าที่แท้จริงสำหรับองค์กรของคุณ
1. การจ้างพนักงานขับรถแบบ In-house (การจ้างตรง)
การจ้าง In-house คือการที่บริษัทประกาศรับสมัคร คัดเลือก และบรรจุพนักงานขับรถเข้าเป็นพนักงานประจำของบริษัทเอง
ข้อดีของการจ้าง In-house
ความผูกพันและวัฒนธรรมองค์กร พนักงานจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท มีความจงรักภักดี (Loyalty) และเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรได้ลึกซึ้งกว่า
การควบคุมสั่งการโดยตรง ผู้บริหารสามารถสั่งการหรือมอบหมายงานพิเศษได้โดยตรงตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจง
ความต่อเนื่องของบุคคล หากได้พนักงานที่ดี จะเกิดความไว้วางใจในระยะยาว ซึ่งสำคัญมากสำหรับตำแหน่งพนักงานขับรถผู้บริหาร
ข้อเสียและข้อควรระวัง
- ภาระด้านงาน HR ตั้งแต่การลงประกาศรับสมัคร การคัดกรองประวัติ การตรวจประวัติอาชญากรรม ไปจนถึงการสัมภาษณ์ ซึ่งใช้เวลาและทรัพยากรสูง
- ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) นอกจากเงินเดือน ยังมีค่าประกันสังคม โบนัส สวัสดิการรักษาพยาบาล ค่าล่วงเวลา (OT) และเงินสมทบต่างๆ
- ปัญหาเมื่อพนักงานลาหยุดหรือลาออก หากพนักงานเจ็บป่วยหรือลาออกกะทันหัน บริษัทจะขาดคนทำงานทันที และต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้บริหาร
2. การใช้บริการบริษัท Outsource (การจ้างผ่านนิติบุคคล)
Outsource คือการทำสัญญากับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการจัดหาพนักงานขับรถโดยเฉพาะ เพื่อให้ส่งบุคลากรมาปฏิบัติหน้าที่ตามความต้องการ
ข้อดีของการใช้บริการ Outsource
- ลดภาระงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ บริษัท Outsource จะดูแลเรื่องการสรรหา ตรวจสอบประวัติ และการปฐมนิเทศให้ทั้งหมด
- มีพนักงานทดแทนเสมอ นี่คือจุดแข็งที่สุด เมื่อพนักงานประจำลาหยุด หรือลาออก บริษัท Outsource จะต้องส่งคนขับรถสำรองที่มีคุณภาพเท่าเทียมกันมาแทนทันที ทำให้งานไม่สะดุด
- ความเป็นมืออาชีพและการฝึกอบรม พนักงานจะได้รับการฝึกอบรมทักษะการขับขี่ปลอดภัย (Defensive Driving) และมารยาทการบริการที่เป็นมาตรฐาน
- ควบคุมงบประมาณได้ง่าย ค่าใช้จ่ายมักจะเป็นยอดรวมที่แน่นอนตามสัญญาจ้าง (Fixed Service Fee) ทำให้ฝ่ายบัญชีวางแผนงบประมาณได้ชัดเจน
ข้อเสียและข้อควรระวัง
- ค่าบริการรายเดือน อาจดูสูงกว่าเงินเดือนพนักงานจ้างตรงในช่วงแรก เพราะรวมค่าบริหารจัดการและค่าความเสี่ยงไว้แล้ว
- การเปลี่ยนตัวพนักงาน หากบริษัท Outsource มีการหมุนเวียนพนักงานบ่อย อาจทำให้ผู้บริหารต้องปรับตัวกับคนใหม่บ่อยครั้ง (ซึ่งป้องกันได้ด้วยการเลือกบริษัทที่มีมาตรฐานสูง)
3. เปรียบเทียบความคุ้มค่าในมิติต่างๆ แบบจุดต่อจุด
เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น เรามาดูการเปรียบเทียบในแต่ละปัจจัยสำคัญแบบชัดๆ ดังนี้
- ด้านต้นทุนการสรรหาพนักงาน
- In-house มีต้นทุนสูง เนื่องจากต้องเสียค่าโฆษณารับสมัครงานและใช้เวลาของฝ่าย HR ในการคัดกรองสัมภาษณ์
- Outsource ต้นทุนต่ำ เพราะกระบวนการสรรหาทั้งหมดรวมอยู่ในค่าบริการแล้ว
- ด้านสวัสดิการและภาษี
- In-house องค์กรต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเองทั้งหมด รวมถึงการจัดการเอกสาร
- Outsource บริษัท Outsource เป็นนายจ้างโดยตรง จึงเป็นผู้ดูแลจัดการให้ครบถ้วน
- ด้านการบริหารความเสี่ยง
- In-house บริษัทต้องรับผิดชอบความเสี่ยงด้านแรงงานหรือข้อพิพาทเอง 100%
- Outsource บริษัท Outsource ช่วยคัดกรองบุคคลล่วงหน้า และมีระบบรับประกันความเสียหายเบื้องต้นตามที่ระบุในสัญญา
- ด้านความต่อเนื่องในการทำงาน
- In-house มีความเสี่ยงที่งานจะสะดุดทันทีหากพนักงานลากิจ ลาป่วย หรือลาออกกะทันหัน
- Outsource มีการันตีความต่อเนื่อง โดยมีพนักงานทดแทนส่งมาให้ทำงานแทนทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ด้านการฝึกอบรมทักษะ
- In-house บริษัทต้องจัดหาหลักสูตรหรือเสียค่าใช้จ่ายส่งไปอบรมมารยาทและการขับขี่เอง
- Outsource มีระบบการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานมาให้พร้อมก่อนเริ่มงาน
4. วิเคราะห์ต้นทุนแฝง สิ่งที่ตัวเลข “เงินเดือน” ไม่ได้บอกคุณ
หลายบริษัทมองว่าการจ้าง In-house คุ้มกว่าเพราะ “เงินเดือนน้อยกว่าค่าบริการ Outsource” แต่หากลองคำนวณ ต้นทุนแฝง (Hidden Costs) ต่อไปนี้ คุณอาจเปลี่ยนใจ
- ค่าสวัสดิการ ประกันสังคม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, โบนัสประจำปี
- ค่าดำเนินการ HR การทำบัญชีเงินเดือน, การประเมินผล, การจัดการเรื่องวินัย
- ค่าเสียโอกาส เวลาที่ผู้บริหารต้องเสียไปเมื่อไม่มีคนขับรถ หรือเวลาที่ HR ต้องใช้ในการหาคนใหม่
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย การชดเชยกรณีเลิกจ้าง หรือคดีความแรงงาน
เลือกแบบไหนดี?
เลือก In-house หาก คุณเป็นองค์กรขนาดเล็กที่มีคนขับรถเพียง 1-2 คน ต้องการความผูกพันใกล้ชิดเหมือนคนในครอบครัว และมีเวลาจัดการงานธุรการบุคคลด้วยตัวเอง
เลือก Outsource หาก คุณเป็นองค์กรระดับมืออาชีพที่ต้องการความแน่นอน (Reliability) ไม่ต้องการเสียเวลากับงานจ้างงาน ต้องการลดความเสี่ยงด้านแรงงาน และต้องการพนักงานที่มีมาตรฐานการบริการระดับสูง
ในระยะยาว Outsource มักมีความคุ้มค่ามากกว่า (Value for Money) เพราะเป็นการซื้อ “ระบบบริหารจัดการ” และ “ความอุ่นใจ” ว่าจะมีพนักงานขับรถพร้อมสแตนด์บายเสมอ โดยไม่ต้องแบกรับภาระงาน HR หลังบ้าน
FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ้างพนักงานขับรถ
- บริการ Outsource พนักงานขับรถมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมหรือไม่?
- ตอบ บริษัท Outsource ที่มีมาตรฐานจะทำการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพื้นฐานสำคัญก่อนส่งพนักงานเข้าปฏิบัติงานเสมอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการ
- หากคนขับรถ Outsource ประสบอุบัติเหตุ ใครเป็นคนรับผิดชอบ?
- ตอบ โดยปกติบริษัท Outsource จะมีการทำประกันภัยความรับผิดชอบ และดูแลกระบวนการทางกฎหมายเบื้องต้น รวมถึงการประสานงานส่งคนขับรถสำรองมาเปลี่ยนเพื่อให้การเดินทางของคุณดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด
- สามารถระบุคุณสมบัติพนักงานขับรถ (เช่น อายุ, ทักษะภาษา) กับบริษัท Outsource ได้ไหม?
- ตอบ ได้แน่นอน คุณสามารถระบุรายละเอียด (Job Description) ที่ต้องการได้อย่างครบถ้วน เช่น ต้องการพนักงานขับรถผู้บริหารที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้ หรือพนักงานที่มีความชำนาญเส้นทางในนิคมอุตสาหกรรม
- การจ้าง Outsource มีสัญญาขั้นต่ำกี่ปี?
- ตอบ เงื่อนไขจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทผู้ให้บริการ โดยส่วนใหญ่มักเริ่มต้นที่สัญญา 1 ปี เพื่อความคุ้มค่าในการบริหารจัดการ แต่หลายแห่งก็มีบริการแบบรายเดือนหรือรายวันสำหรับงานโปรเจกต์พิเศษเช่นกัน
- ทำไมราคา Outsource ถึงดูแพงกว่าเงินเดือนจ้างตรง?
- ตอบ ตัวเลขรายเดือนของ Outsource อาจดูสูงกว่า เพราะได้รวมต้นทุนการบริหารจัดการ (Management Fee) ภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกันสังคม สวัสดิการพนักงาน และต้นทุนพนักงานสำรองเอาไว้ทั้งหมดแล้ว เมื่อนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับ “ต้นทุนแฝง” ของการจ้าง In-house ตลอดทั้งปี จะพบว่าการใช้บริการ Outsource ช่วยควบคุมงบประมาณได้ดีกว่าและมักประหยัดกว่าในระยะยาว
สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา
อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver
บทความแนะนำ
1.วิธีฮีลใจตัวเองในวันทำงานที่เหนื่อยล้า
2.ปรับ Mindset ให้ดีขึ้น จะมีโอกาสประสมความสำเร็จจริงไหม
3.ตอบคำถามสัมภาษณ์ จุดอ่อนของคุณคืออะไร? อย่างไรให้ดูมีพัฒนาการตอนไปสมัครงาน
4.การเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสม ความรู้คู่ตัวที่คนขับรถควรรู้
5.ลด ละ เลิก ชาเขียวติดหวานและเครื่องดื่มน้ำตาลสูง เคล็ดลับคุมน้ำหนักเพื่อสุขภาพของคนขับรถ