Skip to content

ข้อควรระวังในการเติมน้ำมัน รถรุ่นไหนเติม E85 ได้ และมีผลกระทบต่อเครื่องยนต์อย่างไร

ข้อควรระวังในการเติมน้ำมัน รถรุ่นไหนเติม

ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน “น้ำมัน E85” กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีราคาต่อลิตรที่ถูกกว่าน้ำมันประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ E85 ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเพียงเพราะราคาถูก แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์และความเข้ากันได้ของวัสดุภายในรถยนต์ด้วย

น้ำมัน E85 คืออะไร?

น้ำมัน E85 คือน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอล (Ethanol) สูงถึง 85% และน้ำมันเบนซินเพียง 15% ด้วยปริมาณเอทานอลที่สูงนี้ ทำให้น้ำมันมีค่าออกเทนที่สูงขึ้น (ประมาณ 100-105) แต่ในขณะเดียวกันก็ให้พลังงานความร้อนน้อยกว่าน้ำมันเบนซินทั่วไป

รถรุ่นไหนที่สามารถเติม E85 ได้?

ไม่ใช่รถยนต์ทุกคันจะเดินไปเติม E85 ได้ทันที รถที่รองรับน้ำมันประเภทนี้จะถูกเรียกว่า FFV (Flexible Fuel Vehicle) ซึ่งมีการออกแบบระบบเชื้อเพลิงมาเป็นพิเศษ วิธีการเช็กที่ง่ายที่สุดมีดังนี้:

  1. สติ๊กเกอร์ที่ฝาถังน้ำมัน รถรุ่นใหม่ๆ จะมีสติ๊กเกอร์ระบุชัดเจนว่า “E85”
  2. คู่มือการใช้รถ ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดจะระบุอยู่ในสมุดคู่มือประจำรถ
  3. ปีและรุ่นของรถ ส่วนใหญ่รถที่ผลิตหลังปี 2012 ในหลายยี่ห้อ (เช่น Honda Civic, Toyota Altis, Mazda 3 รุ่นที่ระบุเฉพาะ) เริ่มมีการปรับเปลี่ยนให้รองรับ E85
  4. สัญลักษณ์ FFV รถบางรุ่นจะมีตราสัญลักษณ์ FFV ติดไว้ที่ท้ายรถ

ข้อควรระวัง หากรถของคุณระบุว่ารองรับสูงสุดแค่ E20 ห้าม เติม E85 โดยเด็ดขาด เพราะจะส่งผลเสียต่อระบบเครื่องยนต์ในระยะยาว

ผลกระทบต่อเครื่องยนต์เมื่อใช้ E85

การใช้น้ำมันที่มีเอทานอลสูงส่งผลกระทบในหลายมิติ ซึ่งผู้ใช้รถควรทำความเข้าใจเพื่อการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

1. การกัดกร่อนของวัสดุ (Material Compatibility)

เอทานอลมีคุณสมบัติในการกัดกร่อนสูงกว่าน้ำมันเบนซิน รถที่ไม่ใช่ FFV จะประสบปัญหาท่อยาง ข้อต่อ และซีลยางต่างๆ ในระบบเชื้อเพลิงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น รวมถึงอาจเกิดสนิมในถังน้ำมันหรือรางหัวฉีดได้

2. อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

แม้ E85 จะราคาถูก แต่เนื่องจากเอทานอลให้ค่าพลังงานต่ำกว่าน้ำมันเบนซิน เครื่องยนต์จึงต้องฉีดน้ำมันในปริมาณที่ “มากขึ้น” เพื่อให้ได้กำลังเท่าเดิม ส่งผลให้รถกินน้ำมันมากขึ้นประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับการเติมเบนซินปกติ

3. การสตาร์ทรถในขณะเครื่องยนต์เย็น

เอทานอลระเหยได้ยากกว่าน้ำมันเบนซิน ในวันที่อากาศเย็นหรือการจอดรถทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้สตาร์ทติดยากกว่าปกติเล็กน้อย

4. คราบตะกอนและการอุดตัน

เอทานอลมีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลายที่ดี มันอาจไปชะล้างคราบสกปรกที่เกาะอยู่ในถังน้ำมันให้หลุดออกมา และไปอุดตันที่กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือหัวฉีดได้

คำแนะนำในการดูแลรถที่ใช้ E85

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ การใช้ E85 อาจทำให้มีน้ำและความชื้นสะสมในน้ำมันเครื่องได้ง่ายกว่าปกติ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดอย่างเคร่งครัด
  • หมั่นเช็กท่อน้ำมัน ตรวจสอบรอยร้าวหรืออาการบวมของสายส่งน้ำมันเป็นระยะ
  • ไม่ควรจอดทิ้งไว้นานเกินไป หากต้องจอดรถทิ้งไว้นานหลายสัปดาห์ ควรเติมน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลต่ำ (เช่น E10 หรือเบนซินสะอาด) ค้างถังไว้เพื่อลดการดูดความชื้น

การเติมน้ำมัน E85 เป็นทางเลือกที่ดีในด้านการลดมลพิษและประหยัดค่าใช้จ่ายต่อลิตร แต่ “ความคุ้มค่า” ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรถของคุณถูกออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำมันชนิดนี้โดยเฉพาะ หากคุณใช้รถ FFV การดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำมัน E85

  1. รถรุ่นเก่าที่เติม E10 ได้ สามารถจูนกล่องเพื่อเติม E85 ได้ไหม?
    ตอบ สามารถทำได้โดยการติดตั้งชุดคิท E85 หรือจูนกล่อง ECU ใหม่ แต่ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ทางเดินน้ำมัน เช่น สายยาง และปั๊มติ๊ก ให้เป็นเกรดที่รองรับเอทานอลสูงด้วย เพื่อป้องกันการรั่วซึม
  2. เติม E85 ผสมกับน้ำมันชนิดอื่นได้หรือไม่?
    ตอบ หากรถเป็นรุ่น FFV สามารถเติมผสมกับ E10 หรือ E20 ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้หมดถัง เพราะระบบคอมพิวเตอร์ในรถจะปรับการฉีดจ่ายน้ำมันตามค่าออกเทนเอง
  3. ทำไมเติม E85 แล้วรู้สึกว่ารถแรงขึ้น?
    ตอบ เนื่องจาก E85 มีค่าออกเทนที่สูง (ประมาณ 100+) ซึ่งช่วยลดอาการชิงจุดระเบิด (Knocking) ทำให้เครื่องยนต์สามารถปรับองศาการจุดระเบิดให้ทำงานได้เต็มกำลังมากขึ้นในรถบางรุ่น
  4. ถ้าเผลอเติม E85 ในรถที่ไม่รองรับ ควรทำอย่างไร?
    ตอบ หากเติมไปเพียงเล็กน้อย ให้เติมน้ำมันเบนซินปกติ (ที่รถรองรับ) เข้าไปให้เต็มถังเพื่อเจือจาง แต่หากเติมไปในปริมาณมาก ไม่ควรสตาร์ทรถและควรให้ช่างดูดน้ำมันออกเพื่อป้องกันความเสียหายต่อหัวฉีดและซีลยาง
  5. การใช้ E85 ทำให้เครื่องยนต์ร้อนกว่าปกติจริงไหม?
    ตอบ ในทางตรงกันข้าม เอทานอลมีคุณสมบัติในการช่วยระบายความร้อนได้ดี (Latent Heat of Evaporation) ทำให้การเผาไหม้ในห้องเครื่องมีอุณหภูมิลดลงเมื่อเทียบกับเบนซินเพียวๆ ในบางสภาวะการขับขี่

สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา

อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver

LINE OFFICIAL

Request service Please Click : (Link to Line Official)

ร่วมงานกับ วี อาร์ฯ

vr-center.biz