ยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจดุเดือด ทรัพยากรมนุษย์หรือ “บุคลากร” คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ปัญหาคลาสสิกที่ทุกองค์กรต้องเจอคือ “หาคนไม่ได้” หรือ “ได้คนไม่ตรงสเปก” เมื่อถึงคราวต้องเปิดรับพนักงานใหม่ คำถามที่มักตามมาคือ เราควรให้ฝ่ายบุคคลประกาศหาคนเอง หรือยอมลงทุนใช้บริการ
บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency / Headhunter) ดี?
- ประหยัดเวลาและทรัพยากรบุคคล (Time & Resource Efficiency)
การประกาศหาเอง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ของคุณจะต้องจัดการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเขียน Job Description, โพสต์ลงเว็บไซต์หางานหลายๆ แห่ง, คัดกรองเรซูเม่นับร้อยนับพันฉบับ (ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ตรงคุณสมบัติ), โทรนัดสัมภาษณ์ ไปจนถึงการสัมภาษณ์เบื้องต้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้กินเวลาทำงานไปมหาศาล
การใช้บริษัทจัดหางาน คุณเพียงแค่บรีฟความต้องการให้กับ Agency จากนั้นพวกเขาจะไปจัดการทุกกระบวนการเบื้องต้นให้ทั้งหมด และส่งต่อเฉพาะแคนดิเดต (Candidate) ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นมาแล้วเท่านั้น ทำให้ HR หรือผู้บริหารใช้เวลาสัมภาษณ์เฉพาะคนที่ “ใช่” จริงๆ เท่านั้น
2. คุณภาพของผู้สมัครและการคัดกรองที่เฉพาะทาง (Quality Candidates)
การประกาศหาเอง ผู้สมัครที่ส่งเรซูเม่เข้ามามักเป็นกลุ่ม Active Candidate (คนที่กำลังหางานอยู่) ซึ่งอาจมีคุณสมบัติตรงบ้างไม่ตรงบ้างปะปนกันไป
การใช้บริษัทจัดหางาน บริษัทเหล่านี้มีฐานข้อมูลผู้สมัครขนาดใหญ่และมีเครือข่ายที่เข้าถึง Passive Candidate (คนเก่งที่ไม่ได้กำลังหางานแต่พร้อมย้ายหากข้อเสนอดี) นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบประวัติและทักษะเฉพาะด้าน
ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการตำแหน่งที่ต้องอาศัยความไว้วางใจสูงอย่างพนักงานขับรถผู้บริหาร บริษัทจัดหางานจะช่วยคัดกรองประวัติอาชญากรรม ตรวจสอบประวัติการขับขี่ บุคลิกภาพ มารยาท ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงการสื่อสารและทำความเข้าใจกฎระเบียบเรื่องเครื่องแบบ เช่น การเตรียมความพร้อมสวมชุดซาฟารีสำหรับพนักงานชายตามมาตรฐานองค์กร ทำให้คุณได้บุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพสูงและพร้อมเริ่มงานทันที
3. การรับประกันผลงานและลดความเสี่ยง (Reduced Risk of Bad Hires)
การประกาศหาเอง หากพนักงานใหม่ทำงานไม่ผ่านโปร หรือลาออกกะทันหันในช่วง 1-3 เดือนแรก องค์กรจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์
การใช้บริษัทจัดหางาน เกือบทุกเอเจนซี่จะมีเงื่อนไข “การรับประกัน (Guarantee Period)” ซึ่งมักจะครอบคลุมระยะเวลาทดลองงาน (เช่น 60-120 วัน) หากแคนดิเดตลาออกหรือทำงานไม่ได้ตามเกณฑ์ บริษัทจัดหางานจะดำเนินการหาคนใหม่มาทดแทนให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียต้นทุนจากการจ้างคนผิดพลาด (Cost of a Bad Hire)
4. รักษาความลับขององค์กร (Confidentiality)
การประกาศหาเอง การโพสต์หาคนบนเว็บไซต์สาธารณะแปลว่าคู่แข่งและพนักงานในบริษัทจะรู้ความเคลื่อนไหวของคุณทันที
การใช้บริษัทจัดหางาน ในกรณีที่คุณต้องการหาพนักงานมาแทนที่ตำแหน่งเดิมที่ยังไม่ได้ให้ออก หรือเป็นโปรเจกต์ลับของบริษัทที่ไม่อยากให้คู่แข่งรู้ บริษัทจัดหางานสามารถทำการทาบทามผู้สมัครแบบเป็นความลับ (Confidential Search) โดยไม่เปิดเผยชื่อองค์กรของคุณจนกว่าจะถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์รอบลึกได้
สรุปการเปรียบเทียบ แบบไหนเหมาะกับคุณ?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างในประเด็นหลักๆ ดังนี้:
-ต้นทุนทางตรง การประกาศหาเองจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า (เช่น ค่าแพ็กเกจประกาศโฆษณา) ในขณะที่บริษัทจัดหางานจะมีต้นทุนปานกลางถึงสูง โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินเดือนของผู้สมัครเมื่อจ้างสำเร็จ
-ต้นทุนด้านเวลา การประกาศหาเองใช้เวลาสูงมาก เพราะ HR ต้องทำทุกขั้นตอนตั้งแต่เตรียมประกาศไปจนถึงนัดหมาย ส่วนการใช้บริษัทจัดหางานใช้เวลาน้อยกว่ามาก คุณเพียงแค่รอสัมภาษณ์ผู้ที่ผ่านการคัดกรองมาแล้ว
-ฐานผู้สมัคร การประกาศหาเองมักเข้าถึงเฉพาะคนที่กำลังมองหางานทั่วไป แต่บริษัทจัดหางานสามารถเข้าถึงกลุ่มคนเก่งที่ไม่ได้ประกาศหางาน (Passive Candidate) ได้ด้วยเครือข่ายที่กว้างขวางกว่า
-การรับประกันความเสี่ยง การประกาศหาเองจะไม่มีการรับประกันใดๆ หากพนักงานลาออกกะทันหัน แต่บริษัทจัดหางานมักมีเงื่อนไขการรับประกัน โดยจะสรรหาบุคลากรใหม่มาทดแทนให้หากคนเดิมไม่ผ่านทดลองงาน
การประกาศหาเองอาจจะเหมาะกับตำแหน่งระดับเริ่มต้น (Entry-level) หรือตำแหน่งทั่วไปที่มีคนในตลาดแรงงานเป็นจำนวนมาก แต่หากองค์กรของคุณกำลังมองหาคนระดับผู้บริหาร, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือตำแหน่งที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง การลงทุนผ่านบริษัทจัดหางานนั้นถือเป็นการซื้อเวลาและความแม่นยำที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
FAQs คำถามที่พบบ่อย
- ค่าธรรมเนียมของบริษัทจัดหางานคิดอย่างไร และแพงเกินไปหรือไม่?
ส่วนใหญ่จะคิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 15% – 30%) จากฐานเงินเดือนรวมต่อปีของผู้สมัครที่จ้างสำเร็จ แม้ดูเหมือนสูง แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนแฝงจากการเสียเวลาหาคนเอง หรือความเสียหายจากการจ้างคนผิด (Bad Hire) ถือว่าคุ้มค่าการลงทุนสำหรับหลายๆ องค์กร - องค์กรขนาดเล็กหรือ SME ควรใช้บริการบริษัทจัดหางานหรือไม่?
SME ที่ไม่มีฝ่าย HR เต็มรูปแบบ ยิ่งได้ประโยชน์จากการใช้บริษัทจัดหางาน เพราะช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าของกิจการ ให้มีเวลาไปโฟกัสกับการบริหารธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ - ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าบริษัทจัดหางานจะส่งแคนดิเดตมาให้เลือก?
โดยปกติ สำหรับตำแหน่งทั่วไปถึงระดับกลาง เอเจนซี่จะสามารถส่งรายชื่อแคนดิเดตที่ผ่านการคัดกรอง (Shortlist) ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากการบรีฟรายละเอียดงาน - หากพนักงานที่ได้จากบริษัทจัดหางานทดลองงานไม่ผ่าน จะต้องจ่ายค่าบริการใหม่ไหม?
ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ที่ตกลงกันไว้ในสัญญา เอเจนซี่จะมีหน้าที่สรรหาแคนดิเดตคนใหม่มาทดแทนให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะอยู่ในค่าบริการรายเดือนอยู่แล้ว - ตำแหน่งแบบไหนที่ควรใช้บริการบริษัทจัดหางานมากที่สุด?
ตำแหน่งระดับพนักงานทั่วไป จนถึงผู้บริหาร, ตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะทางสูง (เช่น สาย IT, วิศวกรเฉพาะทาง), หรือตำแหน่งที่ต้องการความน่าเชื่อถือและการคัดกรองประวัติอย่างเข้มงวด (เช่น คนขับรถผู้บริหาร, รปภ.)
สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา
อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver
บทความแนะนำ
1.5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาชีพ คนขับรถผู้บริหาร (เช่น งานสบาย, แค่ขับรถ)
2.ทำไมบริษัทใหญ่ถึงหางานพนักงานผ่านบริการ Outsource มากขึ้น
3.การขับขี่ปลอดภัย สำหรับคนต้องทำเวลา ในสายอาชีพที่ต้องขับรถ
4.งานจะหายากขึ้นในปี 2569 จริงหรือไม่
5.ทักษะภาษาอังกฤษจำเป็นแค่ไหน สำหรับ คนขับรถให้นาย ชาวต่างชาติ