ฟิล์มกรองแสงรถยนต์เปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยลดความร้อน บล็อกรังสี UV ที่ทำร้ายผิว และยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ห้องโดยสาร แต่สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความกวนใจให้กับผู้ขับขี่อยู่เสมอคือ “รอยขีดข่วน” บนเนื้อฟิล์ม ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้กระจกรถดูไม่สวยงาม แต่ยังอาจรบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่และลดทอนความปลอดภัยบนท้องถนนได้อีกด้วย
ทำไมฟิล์มกรองแสงถึงเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย?
ฟิล์มกรองแสงผลิตจากโพลีเอสเตอร์ (Polyester) หลายชั้น แม้ในรุ่นที่มีคุณภาพสูงจะมีการเคลือบสารกันรอยขีดข่วน (Anti-Scratch Coating) ไว้ที่ชั้นนอกสุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทนทานต่อของแข็งหรือของมีคมได้ 100% รอยขีดข่วนส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การเสียดสีของหัวเข็มขัดนิรภัย การใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ผิดประเภท หรือแม้แต่แหวนและนาฬิกาข้อมือขณะเอื้อมหยิบของ
5 วิธีการดูแลฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ไม่ให้เป็นรอยขีดข่วน
การบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ฟิล์มรถยนต์คงสภาพสมบูรณ์ นี่คือแนวทางปฏิบัติที่ควรนำไปใช้
1. งดเลื่อนกระจกขึ้น-ลง และงดเช็ดถู (ในช่วงสัปดาห์แรก)
สำหรับรถที่เพิ่งติดตั้งฟิล์มกรองแสงมาใหม่ๆ กาวที่ใช้ยึดเกาะฟิล์มกับกระจกยังเซ็ตตัวไม่เต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการเลื่อนกระจกหน้าต่างขึ้น-ลง เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิล์มเลื่อนหลุด ย่น หรือเกิดรอยจากการเสียดสีกับขอบยางประตูรถ และห้ามเช็ดทำความสะอาดกระจกด้านในโดยเด็ดขาดในช่วงเวลานี้
2. เลือกใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่อ่อนนุ่มเท่านั้น
เมื่อพ้นระยะเวลาที่กาวเซ็ตตัวแล้ว การทำความสะอาดถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
-สิ่งที่ควรใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ (Microfiber) ที่สะอาดและแยกชิ้นเฉพาะสำหรับการเช็ดกระจกด้านใน เนื่องจากเนื้อผ้ามีความนุ่มและดักจับฝุ่นได้ดีโดยไม่สร้างรอยขนแมว
-สิ่งที่ห้ามใช้เด็ดขาด กระดาษหนังสือพิมพ์ ฟองน้ำที่มีตาข่าย ผ้าขี้ริ้วที่มีเศษฝุ่นทรายเกาะติด หรือกระดาษชำระที่มีเนื้อหยาบ
3. หลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของ “แอมโมเนีย”
แอมโมเนีย (Ammonia) เป็นศัตรูตัวร้ายของฟิล์มกรองแสง สารเคมีชนิดนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับชั้นกาวและชั้นสีของฟิล์ม ทำให้ฟิล์มเสื่อมสภาพไว ลอกร่อน แห้งกรอบ และหลุดลอกเป็นขุย ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายขึ้นมาก
-ทางเลือกที่ปลอดภัย ใช้น้ำเปล่าผสมแชมพูเด็กอ่อนๆ (สัดส่วนแชมพูเพียงเล็กน้อย) หรือเลือกใช้น้ำยาเช็ดกระจกที่ระบุชัดเจนว่า “ปลอดภัยต่อฟิล์มกรองแสง (Tint-Safe)”
4. ระมัดระวังของแข็งและของมีคมภายในห้องโดยสาร
รอยขีดข่วนลึกมักเกิดจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ภายในรถ ควรเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องต่อไปนี้:
-เข็มขัดนิรภัย เวลาปลดเข็มขัดนิรภัย ควรจับประคองสายไว้ไม่ให้หัวตะขอเหล็กดีดไปกระแทกกับกระจกหน้าต่าง
-การขนสัมภาระ หากมีการบรรทุกสิ่งของที่มีขอบแข็งหรือกล่องลัง ควรจัดวางให้ห่างจากกระจกบานหลังและบานข้าง เพื่อป้องกันการกระแทกและเสียดสีขณะรถเบรกหรือเลี้ยว
-เครื่องประดับ ระมัดระวังแหวน นาฬิกา หรือสร้อยข้อมือ ขูดขีดกับกระจกขณะเอื้อมหยิบของหรือเช็ดทำความสะอาด
5. เทคนิคการเช็ดทำความสะอาดที่ถูกต้อง
การเช็ดกระจกด้านในควรทำอย่างเบามือ ไม่ต้องออกแรงกดมากจนเกินไป แนะนำให้ฉีดน้ำยาลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ก่อน (ไม่ควรฉีดใส่กระจกโดยตรงเพื่อป้องกันน้ำยาไหลซึมลงแผงประตู) จากนั้นเช็ดไปในทิศทางเดียวกัน (เช่น จากบนลงล่าง หรือซ้ายไปขวา) ไม่ควรเช็ดวนเป็นวงกลม เพราะหากมีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ การเช็ดวนจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนเป็นวงกว้างได้
การดูแลรักษาฟิล์มกรองแสงไม่ให้เป็นรอยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องอาศัยความระมัดระวังและความเข้าใจในการเลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้อง ฟิล์มที่ใสและไร้รอยขีดข่วนไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของรถให้ดูสง่างามและเป็นมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ในทุกเส้นทางอีกด้วย
ฟิล์มกรองแสงรถยนต์เปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยลดความร้อน บล็อกรังสี UV ที่ทำร้ายผิว และยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ห้องโดยสาร แต่สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความกวนใจให้กับผู้ขับขี่อยู่เสมอคือ “รอยขีดข่วน” บนเนื้อฟิล์ม ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้กระจกรถดูไม่สวยงาม แต่ยังอาจรบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่และลดทอนความปลอดภัยบนท้องถนนได้อีกด้วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- เพิ่งติดฟิล์มมาใหม่ สามารถล้างรถได้เลยหรือไม่?
สามารถล้างรถภายนอกได้ตามปกติ แต่มีข้อควรระวังคือ ห้ามเช็ดทำความสะอาดกระจกจากด้านใน และห้ามเลื่อนกระจกหน้าต่างขึ้น-ลง เป็นเวลาประมาณ 7 วัน เพื่อให้กาวเซ็ตตัวอย่างสมบูรณ์ - สามารถใช้น้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปทำความสะอาดฟิล์มได้หรือไม่?
ไม่แนะนำ เนื่องจากน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปตามท้องตลาดส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของแอมโมเนีย ซึ่งจะทำให้ฟิล์มเสื่อมสภาพ สีซีดจาง และกาวเสื่อมเร็ว ควรใช้น้ำเปล่าผสมแชมพูเด็ก หรือน้ำยาที่ระบุว่าปลอดภัยสำหรับฟิล์มกรองแสงเท่านั้น - ผ้าชนิดไหนเหมาะสมที่สุดในการเช็ดกระจกที่ติดฟิล์ม?
ผ้าไมโครไฟเบอร์ (Microfiber) ชนิดเนื้อนุ่มละเอียดและสะอาด เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะไม่ทิ้งขนผ้าและไม่สร้างรอยขีดข่วนบนเนื้อฟิล์ม - หากเกิดรอยขีดข่วนเล็กๆ บนฟิล์ม สามารถใช้น้ำยาขัดลบรอยแบบสีรถได้ไหม?
ไม่ได้เด็ดขาด ฟิล์มกรองแสงไม่เหมือนกับสีรถยนต์ การใช้น้ำยาขัด (Compound) หรือครีมลบรอยต่างๆ จะยิ่งเข้าไปทำลายชั้นเคลือบของฟิล์มให้เสียหายหนักกว่าเดิม หากรอยนั้นลึกและรบกวนสายตาขณะขับขี่ ทางแก้เดียวคือการลอกและเปลี่ยนฟิล์มบานนั้นใหม่ - อายุการใช้งานเฉลี่ยของฟิล์มกรองแสงอยู่ที่ประมาณกี่ปี?
โดยเฉลี่ยฟิล์มกรองแสงที่ได้มาตรฐานจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 5-7 ปี หรืออาจถึง 10 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุและพฤติกรรมการดูแลรักษา หากฟิล์มเริ่มมีสีม่วง เป็นฟองอากาศ หรืองานภาพเบลอ นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่
สนใจใช้บริการคนขับรถของเรา
โทร : 081-559-9808
Line : @vrcenter
ดูบริการเพิ่มเติม : บริการของเรา
อยากสมัครขับรถกับเรา
ลงทะเบียน : https://forms.office.com/r/wyNcu3rjD3
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้า 080-594-3834
Line : @vrdriver